วิธีชำระค่าบริการ
 
 
Fri 09-Sep-2011 2:50 PM
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วิธีการดูแลรักษาผ้าไทย
 
         ผ้าไทยไม่ว่าจะเป็นของภาคใดๆก็ตามจัดว่าเป็นผ้าที่ทอมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีความสวยงาม
  อยู่ในตัวของมันเองอีกด้วยเมื่อเรามีผ้าไทยดีๆครอบครองไว้สักชิ้นสองชิ้น หรือบางคนที่นิยมสะสมผ้าไทย
  ก็จำเป็นต้องรู้ถึงวิธีการดูแลรักษาผ้าไทยเหล่านี้อย่างดีด้วยเพราะบางคนอาจเพิ่งเริ่มต้นหันมาเก็บหรือใส่ผ้าไทย
  อาจจะไม่รู้ถึงวิธีการดูแลรักษาเท่าที่ควร ลองมาดูวิธีการดูแลรักษาแบบสมัยโบราณ  และวิธีการดูแลแบบสมัยใหม่
  ของท่านผู้คุ้นเคยกับการใช้ผ้าไทย
   
   
   
     ทัศนา กัญจนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ ซินไฉฮั้วซักแห็ง กล่าวว่า วิธีดูแลรักษาผ้าไทยมีหลากหลายวิธีด้วยกัน
โดยจะขึ้นอยู่กับลักษณะของผ้าด้วยว่าเป็นเช่นไร และยังขึ้นอยู่กับว่าผ้านั้นผ่านการตัดเย็บเป็นชุดเรียบร้อยแล้ว
หรือยังเป็นผ้าชิ้นๆ ในกรณีของผ้าชิ้นถ้าอยากเก็บเอาไว้นานๆควรจะม้วนเก็บไว้ ไม่ใช่พับ และวิธีการม้วนก็ต้องมีแกนอยู่
ตรงกลางด้วย แกนผ้าที่มักจะเห็นตามร้านขายผ้า จะเป็นแกนกลมๆรูปร่างเหมือนกระบอง วิธีการเก็บก็ต้องเอาแกนนั้น
มาตัดให้ได้ตามความกว้างของผ้าก่อน จากนั้นก็ม้วนไปตามแกนโดยที่ไม่ต้องใช้อะไรรองอีกชั้น แกนที่นำมานั้นต้องสะอาด
ด้วย เสร็จแล้วก็เอากระดาษแก้วมาม้วนห่อทับไปอีกชั้น
 
    เพื่อเป็นการป้องกันความชื้น และใส่ถุงพลาสติกอีกทีหนึ่ง แต่ห้ามนำใส่ถุงพลาสติก
โดยที่ยังไม่ได้ม้วนด้วยกระดาษแก้ว เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เก็บมักจะเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า
อุณหภูมิในบ้านเราไม่แน่นอนเดี๋วร้อนเดี๋ยวเย็น เมื่อเป็นเช่นนี้ผ้าที่ใส่ไว้ในถุงอาจจะชื้น
 
เกิดไอน้ำเกาะแล้วซึมเข้าผ้าทำให้ขึ้นราได้ หรือบางทีเวลาเอาผ้ามาคลี่ออกก็จะมีสีตกอยู่ข้างในเพราะความชื้น
เพราะฉะนั้นจะให้ดีควรนำกระดาษแก้วมาม้วนอีกชั้นหนึ่งก่อนเพราะกระดาษจะเป็นตัวที่สามารถซับความชื้นได้
แล้วค่อยเอาใส่ถุง ผ้าไทยดีๆถึงแม้ว่าจะม้วนเสร็จแล้วต้องระวังอีกอย่าให้เนื้อผ้าไปเสียดสีกับอะไรทั้งสิ้น
คือถ้าจะถนอมผ้ากันจริงๆควรจะตั้งเอาไว้ ไม่ใช่เอาไปกองๆทับรวมกัน
 
       นอกจากนี้หากเอาผ้าชิ้นนั้นๆไปตัดชุด ควรจะเอาผ้าไปอบไอน้ำเสียก่อน เนื่องจากการอบไอน้ำจะทำให้เนื้อผ้า
ฟิตตัวดีขึ้น เมื่อเอาไปตัดช่างจะสามารถตัดเย็บได้ง่าย และเมื่อเอามาซักการหดตัวของผ้าก็จะน้อยลง
วิธีการซักแห้งถือว่าเป็นวิธีการดูแลแบบสมัยใหม
 
    นงลักษณ์ ชยางคานนท์ กรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา
เ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า วิธีการเก็บรักษาผ้าไหม คือ นำผ้าไหมมาอาบน้ำยา คืออบไอน้ำไว้ทุกครั้ง
โดยให้ร้านซักแห้งเป็นคนทำให้ อย่าพับผ้าไหมเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนผ้าทั่วไปเพราะนานไปผ้าไหมจะขาด ใช้วิธีม้วนกับ
แกนกระดาษม้วนผ้า ม้วนผ้าหลังจากอบไอน้ำแล้ว ตอนที่ม้วนบางคนเอาผ้าขาวม้วนซ้อนอีกทีในที่นี้ใช้กระดาษสาเพราะ
เป็นเส้นใยธรรมชาติเหมือนกัน และเพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปเกาะซึ่งดีกว่าถุงพลาสติกที่จริงห้ามใช้พลาสติกเด็ดขาด
เพราะบ้านเราเวลาอากาศร้อนมากจะทำให้ผ้าไหมเสีย วิธีนี้จะทำให้ผ้าอยู่ได้นาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผ้าพื้นผ้าลาย ก็เก็บด้วย
วิธีนี้เหมือนกัน ส่วนมากชาวบ้านทอผ้าเสร็จแล้วเขาจะใช้ไม่ค่อยเก็บไว้ บางทีก็ทอจำหน่ายคนที่จะเก็บผ้าไว้ คือคนที่ต้อง
การเล่นผ้าจริงๆ และมีฐานะดีพอที่จะสะสมได้ ชาวบ้านจะเก็บรักษาโดยการใช้น้ำข้าว ถือว่านั่นคือ การอาบน้ำยา วิธีการคือ
นำผ้าไปแช่ในน้ำชาวข้าว ถ้าเป็นผ้าฝ้ายกลัวสีจะตกก็ผสมเกลือลงไปนำไปแช่ จากนั้นนำผ้าขึ้นมาผึ่งลมแล้วนำมารีด
โดยพรมน้ำให้ทั่ว ถ้าหมาดนำมารีดโดยพรมน้ำให้ทั่ว ผ้าไหมจะอยู่ตัว ผ้าไหมควรจะต้องอบไอน้ำ ถ้าไม่อบไอน้ำแล้วนำไป
ตัดเป็นชุดเมื่อนำไปซักใหม่ผ้าจะหด ไม่จำเป็นต้องซักชุดใหม่ทุกครั้งหลังการใส่ ถ้าใช้ชุดแล้วไม่มีเหงื่อออกเลย ใช้แล้ว
3-4 ครั้งถึงจะซัก ถ้าผ้าไหมโดยแป้งหรือน้ำหอมมากๆ และเราไม่ซักเลย มันจะเป็นคราบแล้วซักไม่ออก ถ้าเป็นลักษณะ
นี้ต้องรีบซักออก ผ้าไหมเมื่อโดยน้ำหอมแล้วจะด่าง ทางที่ดีไม่ควรให้โดนเนื้อผ้า ควรใช้น้ำหอมแตะที่ผิวมากกว่า  
การรักษาผ้าไหมสมัยนี้ไม่ยาก
     ข้อควรระวังเวลาตากผึ่งลมอย่าให้โดนแดด เพราะแดดจะทำให้เนื้อผ้าไหม้เสียและซีดด้วย เวลาซักอย่าแช่นาน
ผ้าไหมมีหลายชนิด มีทั้งไหมละเอียดถึงไหมเปลือกนอก ซึ่งไหมเปลือกนอกจะอยาบหน่อย โบราณเขาไม่ใช้กันแต่เดี๋ยวนี้
กำลังนิยมเพราะเนื้อไม่ออกมัน ไหมเปลือกนอกมีข้อเสีย คือเมื่อใช้ไปนานๆสีจะซีดลงเมื่อเห็นว่าสีซีดลงควรส่งซักแห้ง
เพราะร้านซักแห้งจะมีน้ำมันตัวที่ปรับผ้าทำให้ผ้าสีสดขึ้น ถ้าเป็นสมัยโบราณมีวิธีทำให้ผ้าสีสด โดยใช้น้ำมะพร้าว พอซัก
ผ้าไหมเสร็จแล้วนำไปแช่น้ำมะพร้าว และซักน้ำสะอาดขึ้นตาก น้ำมะพร้าวจะทำให้ไหมมัน
     อีกวิธีหนึ่งใช้แซมพูผสมครีมนวดผมแช่ผ้าไหม หรือใช้น้ำยาซักแห้งแต่อย่าแช่ผ้าไว้นาน ผ้าไม่สกปรกไม่ควรขยี้แรง
และต้องไม่บิดผ้า เวลานำผ้าขึ้นจากน้ำควรกำให้น้ำออกก็พอเวลารีดผ้าไหมควรจะใช้ผ้าขาวบางวางทับอีกทีหรืออีกวิธี
ก่อนรีดพรมน้ำให้ผ้าหมาดแล้วฉีดน้ำยารีดผ้าเลย จากนั้นก็หมักไว้ใส่ถุงพลาสติกแช่ตู้เย็นไว้ก็ได้หรือจะพันไว้ให้
น้ำยาซึมไปทั่วๆ เวลารีดจะรีดง่ายขึ้น ต้องใช้ความร้อนมากกว่าผ้าปกตินิดหน่อย ข้อสำคัญเวลาพรมน้ำและฉีดน้ำยาต้อง
ทำให้ทั่วไม่อย่างนั้นเวลารีดจะเกิดรอยด่างและผ้าไม่เรียบไม่เสมอกัน เวลารีดก็ต้องรีดให้แห็งไม่อย่างนั้นตอนที่เก็บ
เข้าตู้เสื้อผ้าอาจจะขึ้นราได้